2011/Mar/19

 
จำได้ว่าอัพครั้งล่าสุดก่อนเปิดเทอม
จนตอนนี้ปิดเทอม เรียนจบแล้วกรูเพิ่งจะมาอัพ
สาเหตุเดิมๆ เนตงอแง อัพยากเย็นจนบีเพลีย
อยู่ญี่ปุ่นเนตมีปัญหากะเซอร์เวอร์ที่นี่ อัพไม่ได้
อยู่ไทยก็เจอเนตกากๆ ที่บางทีทวิตละยังเออเรอร์ ก๊อดดดด
หนีไปเกรียนเฟซบุ้ค/ทวิตเตอร์อยู่ซะนานเพราะมันอัพง่ายบ่นง่าย
ที่สำคัญ...
 
 
"เพ้อเจ้อง่าย"  (ต้องขีดเส้นใต้ไว้)
 
 
ขอขอบคุณระบบ TL ของทวิตเตอร์มา ณ ที่นี้  (กราบ)
 
เรียนจบก็ยังอยู่ในอาการมึนงงว่ากรูจะเอายังไงต่อกับชีวิตดีวะคะ
คิดไว้ 3 ทางเท่านั้น เรียน ทำงาน แต่งงาน (มาได้ไงวะ? ผัวก็ไม่มี)
ละก็อาจจะย้ายเข้ากทม. เพราะมันสะดวกหลายๆ อย่างน่ะ
ถึงชั้นจะเกลียดกทม. และการจราจรติดตัดเข้าเส้นเลือดฝอยเลยก็เถอะนะ
ในเมื่อมันไม่มีทางอื่น ในเมื่อมันช่วยประหยัดเวลา
และช่วยในสะดวกขึ้นในหลายๆ ด้าน ก็เอาวะ กัดฟันนน
เรื่องเรียน พ่อบอกว่าจบมาด้วยเกรดแบบนี้ เรียนต่อปริญญาโทไปเลย
อย่ามาพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายที่เดินไปสมัครเค้าก็รับสิวะคะ
จะเรียนโทเนี่ย อย่าว่าแต่วิทยานิพนธ์ กรูจะเรียนอะไรยังไม่รู้เลย!
เพราะฉะนั้น เรียนต่อปริญญาโทเป็นอะไรที่เราเก็บไว้หลังสุด...
 
ทีนี้ ถ้าทำงานอ่ะ? งานไรดีอ่ะ? ไม่พ้นล่ามป่ะ?
เค้าอยากทำงานโรงแรมอ่ะ เผื่อจะเจอเสี่ย เผื่อจะได้ตื๊ป (อีนี่...)
งานล่ามมันดูเป็นทางการ ดูไม่เหมาะกับเรา ไม่อยากเป็น OL อ่ะ
รู้ซึ้งกับการทำงานกับคนญี่ปุ่นแล้ว ได้เจ้านายดีนี่โคตรของโคตรโชคดี
ได้เจ้านายแย่ เมิงรีบเปลี่ยนให้ไว ไม่งั้นชีวิตห่ารากส์แน่ๆ คอนเฟิร์ม 555
 
แต่ระหว่างนี้มันว๊างว่าง วันๆ นั่งเกรียนเกมไปเรื่อยเปื่อย
อ่านหนังสือ (การ์ตูน นิตยสาร ไม่ได้สาระห่าไรเลย)
ผลสอบวัดระดับออกมา ถึงจะผ่านก็จะสอบใหม่ แม่บอกคะแนนทุเรศเกินให้อภัย
สอบก็สอบวะ น่ารำคาญก็จะสอบ ออกตังค์ให้กูด้วยนะ ตอนนี้บัญชีบีติดลบ
เงินทุกบาททุกสตางค์อยู่กะคุณหมอค่ะ ใส่พานถวายไปหมดแล้ว (ร้องไห้)
สโลแกนเราคือ กรูจะรูดจนกว่าแถบแม่เหล็กบัตรเสื่อม
มันยังไม่ทันจะเสื่อมก็จะไม่มีให้รูดแล้วเด้อ...ยาไบ้ๆ
แม่ก็เตือนว่าใช้เงินให้มันเพลาๆ บ้าง  บีเพลานะ วันๆไม่ค่อยใช้
ของก็ไม่ค่อยได้ซื้อ นานๆ จะช็อปที แต่ของที่ช็อปแม่งราคาแรง
รูดทีละ 5 หลักสนุกสนานนนน  แล้วก็นั่งน้ำตาตกในทีหลัง 5555555
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันเป็นเงินที่บีหามาเองค่ะ ไม่ได้ไปกอดแข้งกอดขาขอใครมา
ที่บ้านเลยไม่วอรี่ หามาเอง อยากใช้กะอะไรก็ใช้ไป แต่ก็จะเตือนเวลารูดเยอะอ่ะนะ
ก็บอกว่าไม่เยอะๆไง แต่ของที่รูดมันราคาแรงเฉยๆ ฮ่วย!!!
เสื้อผ้าช่วงนี้ไม่ซื้อ รออีกแค่ 2 เดือนเท่านั้นแม่จะเปลี่ยนสไตล์ไปเรย หึหึหึ
 
ตอนนี้พยายามรักษารอยบนหน้าที่ญี่ปุ่นทำกับเราไว้ T^T
ร้ายกาจมาก กรูทำหน้าไปซะแพงยิบก่อนไป กลับมาหนักกว่าเดิม
ที่บ้านเจอบีครั้งแรกไม่มีใครรับได้สักคน  ใจร้ายยยยย
มันก็เริ่มหายแล้วอ่ะนะ แต่เนื่องจากช่วงนี้อากาศมันเย็นอีกครั้ง
หน้ากูก็แหกส์อีกครั้งโดยอัตโนมัติ (เพื่ออะไรรร เมิงมีปุ่มเปิดปิดด้วยเหรออีสิวว)
ทำใจฮ่ะ เกิดมาเป็นมนุษย์ภูมิแพ้อากาศเย็น
อุณหภูมิลดต่ำลงเมื่อไร มีผลกระทบโดยตรงกับบีทันที
ละยังขี้หนาวขั้นเทพขนาดหน้าร้อนก็ห่มผ้านวม
นอนเปิดแอร์ไม่ได้ ไข้จะขึ้นทันที (เดี๋ยววันไหนขี้เกียจไปทำงานจะเปิดแอร์นอน)
เปิดพัดลมแช่ก็ไม่ได้ เป็นหวัด เปิดเป่าผมก็ไม่ได้ แค่นั้นก็หวัดแดก
หม่อมแม่สมเพชมาก เพราะช่วงนี้ผมยาวด้วย
ไอ้ครั้นจะรอให้มันแห้งเองก็...นานสราดดดดดดด
ชีเลยควักเงินซื้อไดร์เป่าผมอย่างดีให้อันนึง  เริ่ดมาก เป่าเร็วมากกก ปลื้มมมม
คาดว่าอากาศเย็นๆ อาจจะเอามาเป่าตัวแทนผมละนะ 
 
และแน่นอนอากาศเย็นแบบนี้เราทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนกกในผ้านวม
เพราะมันเปื่อยอ่ะ เจออากาศเย็นๆ แล้วโรคกำเริบ
โรคที่เคยรักษาหายไปนานแล้วก่อนไปญี่ปุ่น ไปกำเริบที่นู่นทุกโรค ขอบคุณมาก...
กลับไทยมาไปหาหมอที่สนิทกัน  คุณหมอทำหน้าเพลียกะชีวิตกรูจริง
หมอบอกว่าไม่อยากให้ยาอ่ะ เพราะมันต้องแรงขึ้นเรื่อยๆ ผลข้างเคียงก็แรงขึ้น
เพราะงั้น อดทนละยอมรับชะตากรรมไปนะ เดี๋ยวร่างกายมันก็ปรับเอง
แผลที่หน้าเดี๋ยวมันก็ค่อยๆหาย ไม่ต้องไปซีเรียส
อ๋อ!!! แน่สิ หมอไม่ใช่บีนี่ที่ไปไหนก็มีแต่คนทักว่า เฮ้ยมึงหน้าไปทำไรมาวะ!?
กราบลาอาหมอ ช่วยกรูได้เยอะจริงๆ -_____-"
 
ชีวิตช่วงนี้ก็มีแค่นี้แหละมั้ง
ช่วงเรียนก็วุ่นวาย เรียนไม่เยอะแต่งานมันยุบยิบและต้องเตรียมบทเรียน
อีวิชาที่ว่ายังไงก็ไม่น่ารอด เสือกรอดซะงั้น
เทอมสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาเลยปิดอย่างสวยงามด้วยเกรด 4.00
 
 
ปิด GPA ไว้เป็นความลับ แต่ได้แค่เกียรตินิยมอันดับ 2 ล่ะ
แค่นี้ก็โอละ สร้างปัญหาให้ชีวิตบีแน่ๆ มันต้องโดนคาดหวังสุดๆ 555
แต่กรูไม่กลัว เพราะกรูเซ๊ววววว มีประสบการณ์ตบตีกะอีป้าที่ญี่ปุ่นมาแล้ว
คงไม่มีอะไรน่ารำคาญ/น่ากัวไปมากกว่านี้ละล่ะ คอนเฟิร์ม!!!
หนักมาขนาดไหน เราว่าเราไหวว่ะ 5555 เพราะตอนทำไบต์โดนหนักกว่าเยอะ
 
งานนี้แม่จ่ายหมดตูดแน่
เพราะที่บ้านมีกฎว่าถ้าได้ A จัดไปตัวละ 1,000 บาท
เล่นเหมือนเด็กเนาะ เอารางวัลมาล่อ แต่เราทำแบบนี้มานานแล้วอ่ะ
ตั้งแต่มัธยมละ ได้เกรด 4 ตัวละ 100 เรียนมหาลัยก็อัพขึ้นมาหน่อย
ตอนโทรไปบอก แม่ช็อค...ไม่ได้ช็อคที่ได้ 4.00 แต่ช็อคกับเงินที่ต้องจ่ายกรู
กร๊ากกกกกกกกกกก  รับทรัพย์เน้นๆ เดี๋ยวเก็บไว้สอยเสื้อผ้า 2 เดือนข้างหน้า!!!
 
ประเด็นไดเอท เราก็จะยังคงไดเอทต่อไปเพราะไดเอทกะคลินิค
คุณหมอซีเรียสมาก ชมเป็นชม ด่าเป็นด่า บีกลัวค๊าาาาา
แต่เค้าใจดีนะ แค่ดุเพื่อให้คนไข้กลัวแล้วพยายามลดน้ำหนักให้ได้อ่ะ
ถ้าลดน้ำหนักได้ตามที่เค้าบอก เค้าก็มีของแถมให้เยอะแยะ
ไอ้ที่เราได้ฟรีมาเนี่ย มานั่งบวกๆ ราคาดูแล้วมันมูลค่าเกิน 20,000 บาทแน่ๆ
 
คลินิคดี พนักงานน่ารักที่สุดในโลก ดูแลดีทุกอย่าง
คุณหมอตรงไปตรงมาถามอะไรก็ตอบ แกล้งถามกวนตีนไปก็ยังตอบเลย 
เราเลยรักคลินิคนี้ แล้วมันครบวงจร คิดว่าคงจะไม่ไปที่ไหนอีกแล้ว
ถึงแม้ราคามันจะแพงมาก (เมื่อเทียบกับแฟรนชายร้านอื่น)
แต่ถ้าเป็นคนไข้ของที่นี่ ต่อรองราคากะหมอได้อยู่แล้ว
หมอบอกว่า ราคาก็แปะไปงั้นแหละ เราจะโอเคที่ราคาเท่าไรก็ให้ปรึกษาหมออีกที
ซึ่งถ้าบวกทรีทเมนต์ที่เราทำฟรี ของฟรีที่เราได้ พวกครีม โลชั่นไรเงี่ย
แล้วก็ส่วนลดที่หมอลดให้ เพราะเราเป็นนักศึกษา ไม่มีรายได้อยู่แล้ว
รวมๆ แล้วลองนั่งบวกกันดู.......เกือบครึ่งแสนเลยนะ...
แล้วเค้าก็ทำแบบนี้กับคนไข้ทุกคน คิดดูว่าต่อคนคุณหมอกำไรหายไปเท่าไร
แต่เราไม่เห็นเค้าจะเดือดร้อน สงสัยได้มาเยอะแล้วแน่ๆ 555
 
ไปคลินิคบางวันก็เจอดารามั่ง เซเลบมั่ง เราก็เฉยๆ นะ
เพราะมาในฐานะคนไข้เหมือนกันว่ะ มาทีหลังกรูก็เชิญรอไป
ดาราบางคนเราเดินเข้าคลินิคในสภาพหัวเปิงๆ เพราะนั่งพี่วินเข้ามา
เค้ายิ้มทักให้เราแบบ เป็นมิตรมากกกกกกกกก  (ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันเลย)
เราก็ยิ้มนางงามตอบกลับไปตามสันดาน เอ๊ย นิสัย 555
จริงๆ ไม่รู้จักหรอกว่าเค้าคือใคร ไม่ช่ำชองวงการบันเทิงค่ะ -__-"
 
วะนพรุ่งนี้ก็ต้องไปหาหมออีก ไปทุกอาทิตย์ๆละ 2 วัน
หออยู่นครปฐม คลิลิกอยู่นวมินทร์ (เกือบๆถึงแฟร์ชั่น ไอส์แลนด์)
เล็งเห็นความพยายามของไอ่บีรึยังคะ ดูมันถ่อไปซิ ไกลสราดดดดด
วันไหนไปหาหมอ วันต่อมาเราจะเพลียแบบไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
นอนตายอยู่บนเตียงอย่างเดียว ใครก็ห้ามรบกวน ไม่งั้นชั้นจะวีนนนน
 
ช่วงนี้ใช้ MAC กระจาย Wireless ในห้อง เพราะนอนเปิดไอพอดเล่นบนเตียง
ตอนแรกก็ไม่มีปัญหา แต่ไปๆมาๆ เหมือนมันช้าลง เลยคิดว่ามีคนใช้ด้วยอ๊ะป่าว?
เลยลองตั้งระบบพาสเวิร์ดดู ปรากฎว่าอาการช้าลงที่ว่านี่มันหายไป!!!
แสดงว่ามีคนแอบใช้อยู่จริงๆ สินะ อย่าให้ชั้นรู้นะว่าใคร ฮึ่ยๆๆๆๆ
 
แล้วก็ช่วงนี้มือถือเรา BB มันงอแงบ่อย
แต่หลังจากรักษาอาการนี้ด้วยการเขวี้ยงกระทบกำแพงไปหนึ่งดอก
อาการ BB มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ (Masochism สินะเมิง...)
แต่ไม่แนะนำให้คนอื่นทำตามนะ เพราะนอกจากจะไม่หาย อาจจะได้ซื้อใหม่ -*-
แต่เราตั้งใจไว้ว่า iPhone5 ออกเมื่อไรก็คงจะหลับหูหลับตาซื้อ
เหตุผลมันก็แค่......กรูชอบเลข 5 แค่นั้นจริงๆ 55555
ฟังค์ชั่นจะเป็นเหี้ยยังไงก็ช่างมันเหอะ ต่อให้มันเริ่ดหรูขนาดไหน
ถึงจะโทรไปดาวอังคารได้ กรูก็คงไม่ใช้ขนาดนั้น ถึงได้สอย BB ราคาต่ำสุดมาไง
เป็นพวกติด Social Network อ่ะ  ชอบเช็คความเป็นไป (เสือกเรื่องชาวบ้าน)
แล้ว BB Messenger เป็นอะไรที่สะดวกมากกกกกก  ขอบอกกกกกกก
ตอนแรกไม่ชินที่จอเล็กเพราะใช้ iPod Touch มาก่อน
ตอนนี้ไม่มีปัญหา ใช้สลับกันได้พริ้วมากมาย
และยืนยันอีกเรื่องว่าปุ่ม BB กดสะกดกว่า iPhone (ลองมาละทั้งคู่น่ะ)
ปัญหาคือ บางทีเรากดเร็วเกินไป เครื่องไม่เร็วตาม....ค้าง...กู....เขวี้ยง!!! 555
 
เพื่อนๆที่เห็นเอนทรี่นี้แล้วเพิ่งรู้ว่าเราใช้ BB ก็แอด PIN มาได้นะ
ใช้เบอร์โทรศัพท์เดิม (เสมอ) Whatsapp ก็เล่นเพราะเพื่อนคนอื่นใช้ iPhone
ไม่ได้ช่วยให้ค่าโทรศัพท์กรูถูกลงเล้ยยย  หนักกว่าเดิมด้วยมั้งเนี่ย
เอาวะ ไหนๆ ก็จะทำงาน(เหรอ?) มีเงินเดือน (แน่ใจ๊?) อยู่แล้ว
หลับหูหลับตากัดฟันจ่ายมันต่อไป  กัดจนเลือดซิบๆ ละเนี่ย 555
 
 
 
เอนี่เวย์ ขี้เกียจอัพเยอะ เดี๋ยวเค้าว่าเพ้อ
แต่เอ๊ะ...นี่มันบลอคนี่นา  เพ้อเจ้อก็ไม่เห็นผิดตรงหนายยยย 555555
ว่างๆ ถ้ามีประเด็นจะไปเพ้อกับเพื่อนต่อในทวิตเตอร์
มันส์จริงๆ จับมือกันจิกกัดแฟนๆ ประหนึ่งคอลั่มนิสต์จิกกัดดารา
ฟังจากเพื่อนละขำไม่ไหวละ เล่นกันซักหน่อย เป็นเครื่องมือให้เพื่อนใช้กัดเด็กๆ
สนุกกกกกกกกกกกกกกกก >.<
และแน่นอนว่ามันคือทวิตเตอร์ เดี๋ยวมันก็เลื่อนหายไปตามกาลเวลา อิอิอิ
สะดวกอะไรแบบนี้...คราวหน้าประเด็นไหนดี?
แผ่นดินไหวตั้งนานทำไมนักร้องถึงเพิ่งโผล่หัวมาทวิต? ไรแบบนี้ดีมะ?
ก่อดราม่าในทวิตเตอร์ สนุกกกกกกกกก (บ้านมึง)
 
ปล. บีแค่เพ้อเจ้อเองนะ ป่าวสตอรี่
 
ตี 4 ครึ่งละ ฝันดีค่ะทุกคน เดี๋ยวบีตามไปเข้าฝันใบ้เลขให้นะ 5555
 
 

Comment

Comment:

Tweet


Great post really interesting writing style.
#1 by buy articles (116.71.19.219) At 2011-05-16 15:50,